The Parts of Speech

                โดยทั่วไปแล้วในไวยากรณ์อังกฤษได้แบ่งแยกประเภทของคำออกเป็น 8 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

·         Verb กริยา

·         Noun นาม

·         Pronoun สรรพนาม

·         Adjective คุณศัพท์

·         Adverb วิเศษ

·         Preposition บุรพบท

·         Conjunction สันธาน

·         Interjection อุทาน

ในแต่ละชนิดของคำไม่เพียงแต่บ่งบอกลักษณะของตัวคำเท่านั้น ยังบ่งบอกถึงวิธีการใช้คำนั้นๆ อีกด้วย  นอกจากนั้นคำคำหนึ่งในประโยคหนึ่งทำหน้าที่อย่างหนึ่ง  แต่อาจจะทำหน้าที่อย่างอื่นในอีกประโยคหนึ่งก็ได้  เช่นคำนี้เป็นคำนามในประโยคหนึ่ง แต่ในอีกประโยคหนึ่งอาจทำหน้าที่เป็นกริยาก็ได้  ดังตัวอย่างที่แสดงให้เห็นนี้

Books are made of ink, paper, and glue.

ในประโยคนี้ “books” ทำหน้าที่เป็น noun และเป็นประธานในประโยค

 

Susan waits patiently while Peter books the tickets.

แต่ในประโยคนี้ “books” ทำหน้าที่เป็น verb  แต่ประธานในประโยคเป็น Susan

 

We walk down the street.

ประโยคนี้ “walk” เป็น verb  ประธานเป็นคำรูปแบบ สรรพนาม (pronoun) คือ We

 

The mail carrier stood on the walk.

แต่ในประโยคนี้ "walk" เป็น noun ซึ่งเป็นวลี อธิบายให้เห็นว่าที่ใดที่รถขนไปรษณีย์ภัณฑ์จอดอยู่

 

1.       Verb

Verb อาจกล่าวได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของประโยค  verb  คือส่วนที่บอกให้ทราบว่าประธานในประโยคทำอะไร มีเหตุการณ์อะไร หรือมีสภาพเป็นอย่างไรในขณะนั้น  ดูจากตัวอย่างดังนี้

 

Dracula bites his victims on the neck. (แดรคคูร่า ขย้ำ เหยื่อที่คอ)

verb "bites" อธิบายการกระทำของ Dracula

 

In early July, Uncle Si  will plant twenty mango trees.

ในประโยคนี้เป็นกริยาอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า compound verb "will plant" ซึ่งอธิบายว่า ลุงสีจะทำอะไรในอนาคตข้างหน้า

 

My first teacher was Miss Jones, but I remembered the janitor Mr. Bob more vividly.

ในประโยคนี้ "was" เป็น verb (simple past tense ของ is) อธิบายถึงตัวบุคคลที่ระบุคือครูคนแรกที่ชื่อ Jones และ verb "remembered" ก็อธิบายลักษณะการกระทำทางความคิด คือจดจำได้

 

2.       Noun

คำนามคือคำที่หมายถึง สัตว์ สิ่งของ สถานที่ การกระทำ หรือความคิด  ดังตัวอย่างในประโยคต่อไปนี้เป็นคำนามที่เรียกว่าสามัญนามหรือ Common noun

 The bear caught a salmon in the stream. (หมีจับปลาแซลมอนในลำธาร)

Love is All.

 

มีคำนามอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า Proper noun ก็คือชื่อเฉพาะ สำหรับคน สถานที่ หรือสิ่งของ เช่น

John ate the lemon pie. (John ได้รับประทานขนมไพน์มะนาว)

 

3.       Pronoun

Pronoun คือคำที่ใช้แทนคำนาม หรือ noun phrase 

noun phrase คือกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็น noun  เช่น 

The silver moon is hard to shoot.

4.       Adjective

Adjective คือคำขยาย หรือช่วยบ่งบอกลักษณะความหมายของ noun หรืออาจจะเป็นวลี (phrase)  คำ adjective นี้ปกติจะวางไว้หน้าคำที่มันทำหน้าที่ขยาย ตัวอย่างเช่น

The truck-shaped balloon floated over the treetops.

Mrs. Morrison papered her kitchen walls with hideous wall paper.

 

                Adjective ที่ใช้มีหลายประเภท ในที่นี้ให้รู้จักพื้นฐาน ดังนี้

comparative adjective   เปรียบเทียบในขั้นกว่าระหว่างของสิ่งหนึ่งกับสิ่งอื่นๆ  เช่น

John was taller than Bill.

The sun is more brilliant than anything on earth.

The moon is less bright than the sun.

superlative เปรียบเทียบในขั้นที่สูงสุดระหว่างของสองสิ่งหรือมากกว่า เช่น

Sissy Hankshaw was the greatest hitch-hiker ever.

Sissy had the largest thumb in the world.

Hitch-hiking was the least of her worries.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ref: http://www.uottawa.ca/academic/arts/writcent/hypergrammar/partsp.html

By Heather MacFadyen

University of Ottawa