พื้นฐานการเขียนโปรแกรม

 

                โปรแกรม Authorware  จัดเป็นโปรแกรมประเภท Authoring System ที่ใช้ในการเรียบเรียงนำเสนอลักษณะ Multimedia ที่มีทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงเพลง เสียงบรรยาย Sound effect และสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้โปรแกรมได้หลายรูปแบบ (Interactive Multimedia) ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์กับงานได้อย่างกว้างขวาง เช่น งานนำเสนอ งานผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI : Computer Aided Instruction) การพัฒนางานด้วยโปรแกรม Authorware ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Objected Interface ซึ่งเป็นการใช้สัญลักษณ์ (Icon) แทนคำสั่ง ทำให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน นอกจากนี้ภายในโปรแกรมยังมีตัวแปรและฟังก์ชัน (Variable & Function) เพื่อใช้พัฒนางานให้มีประสิทธิภาพสูง และสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติของโปรแกรม Authorware

                โปรแกรม Authorware มีคุณสมบัติเด่น 3 ประการ ที่สนับสนุนการพัฒนางานโดยไม่ต้องกังวลและมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาษาของโปรแกรม

1.       Object Authoring เป็นภาษาที่ใช้สัญลักษณ์ (Icon) ทำงานแทนคำสั่ง ร่วมกับการวางโครงสร้างของโปรแกรม ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างโปรแกรม หรือออกแบบโปรแกรมได้อย่างง่าย

2.       Multimedia Tool  เป็นโปรแกรมที่ประกอบด้วยเครื่องมือด้าน Multimedia อย่างพร้อมมูล ทำให้สร้างและพัฒนางานที่ประกอบด้วยข้อความ รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และนำภาพจากวิดีโอเข้ามาอยู่ร่วมกันได้ ช่วยให้งานที่ออกมาน่าสนใจ เหมาะที่จะใช้สร้างงานและพัฒนางานนำเสนอ งานผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

3.        Multimedia Architecture  เป็นความสามารถของโปรแกรมที่ถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน เช่น ทำงานภายใต้ระบบ Microsoft Windows และบนเครื่อง Macintosh ซึ่งคำสั่งต่างๆ ทั้งสองแบบ ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อกับโปรแกรมภายนอกระบบไม่ว่าจะเป็นระบบการใช้ฐานข้อมูล หรือระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย


เริ่มต้นเข้าสู่โปรแกรม Authorware 6

                หลังจากได้ติดตั้งโปรแกรม Macromedia Authorware 6 เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเปิดโปรแกรมขึ้นมา โดยคลิกที่ปุ่ม Start > Programs > Macromedia Authorware 6 > Authorware 6

                โดยทุกครั้งที่ที่เข้าสู่โปรแกรม Authorware จะปรากฏวินโดว์ New Project เพื่อให้เราเลือกว่าจะสร้าง Application (สร้างโปรแกรมสำหรับการนำเสนอหรือการฝึกอบรมทั่วไป ซึ่ง Authorware เป็นผู้จัดรูปแบบต่างๆ ให้เราโดยอัตโนมัติ) หรือ Quiz (สร้างแบบทดสอบรูปแบบต่างๆ ซึ่ง Authorware ก็จัดการให้เราโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกัน) หากคุณไม่ต้องการให้วินโดว์นี้ปรากฏขึ้นมาในแต่ละครั้งที่เข้าสู่โปรแกรม ให้คลิกเอาเครื่องหมายถูกที่เช็คบ็อกซ์ Show this dialog when creating a new file ออกไป หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่โปรแกรมก็จะไม่ปรากฏวินโดว์ New Project ขึ้นมาอีก


               

                ถ้าต้องการให้วินโดว์ New Project กลับมาแสดงในแต่ละครั้งที่เปิดโปรแกรม Authorware ขึ้นมา ให้ใช้คำสั่ง File > New > Project  บนเมนูบาร์ แล้วคลิกเลือกออปชั้นดังกล่าวไว้เหมือนเดิม

 

ส่วนประกอบของโปรแกรม Authorware

เมื่อเข้าสู่โปรแกรม Authorware เรียบร้อยแล้ว จะปรากฏส่วนประกอบดังนี้

1.       Beginning of File       :  ตำแหน่งเริ่มต้นวางไอคอน

2.       Paste Head                                :  ตัวชี้ตำแหน่งที่จะนำไอคอนมาวาง

3.       Flow Line                     :  เส้นลำดับการทำงาน

4.       End of File                   :  ตำแหน่งจบไฟล์

5.       Icon Palette                 :  ไอคอนเครื่องมือต่างๆ ที่จะนำมาวางบนเส้นสำดับการทำงาน

6.       Tool Bar                       :  ไอคอนคำสั่งต่างๆ ที่นิยมใช้

7.       Menu Bar                     :  คำสั่งต่างๆ ในโปรแกรม Authorware

Tool Bar

 

Text Box: Icon Palette
 

 


ภาพแสดงส่วนประกอบต่างๆ ของโปรแกรม Authorware

 

ความหมายของไอคอนที่ใช้ในโปรแกรม

          ไอคอน คือ สัญลักษณ์ที่ใช้แทนคำสั่งในโปรแกรม ไอคอมแต่ละตัวแทนคำสั่งในการพัฒนาโปรแกรมได้อย่างสมบูรณ์ เราสามารถดูคำอธิบายได้โดยกดแป้น F1 เข้าสู่ Authorware Help  หรือ Shif + F1 เป็นการเรียกใช้ Help Pointer มีลักษณะเป็น Pointer รูปเครื่องหมายคำถามคลิกตรงไอคอนที่ต้องการคำอธิบาย ไอคอนที่ใช้มีชื่อเรียกเรียงตามลำดับดังนี้

1.   Display Iconใช้แสดง Object ที่เป็น Text & Graphic

2.   Motion Icon ใช้ทำภาพเคลื่อนไหว มีทั้งหมด 5 แบบ

3.   Erase Icon ใช้ลบภาพหรือข้อความออกจากจอภาพ

4.  Wait Icon ใช้หยุดการทำงานของโปรแกรมจนกว่าผู้ใช้จะกดเมาส์หรือแป้นพิมพ์ หรือ ครบกำหนดการตั้งเวลาการแสดงผล

5.   Navigate Icon ใช้สร้างการเลื่อนหน้าไปมา

6.   Framework Icon เป็นไอคอนที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันตั้งแต่ 3.x  ขึ้นมา

7.   Decision Icon ใช้ควบคุมการทำงานโดยกำหนดรูปแบบการทำงานได้ว่าให้ทำงานตามลำดับขั้น ทำงานแบบสุ่ม หรือเลือกทำงาน ณ ไอคอนใดอย่างเจาะจง ตามค่าที่อยู่ในตัวแปร

8.   Interaction Icon ใช้กำหนดวิธีการติดต่อกับผู้ใช้มีทั้งหมด 11 แบบ

9.   Calculation Icon ใช้กำหนดค่าของตัวแปร

10. Map Icon ใช้รวมไอคอนไว้เป็นกลุ่มเพื่อจัดแบ่งงานออกเป็นโมดูล และโครงสร้างการทำงานมากกว่า 1 ระดับ

11.  Digital Movie Icon ใช้แสดงภาพเคลื่อนไหวจากไฟล์ที่เป็น Digital Movie

12.  Sound Icon ใช้แสดงเสียงจากไฟล์ Sound

13.  Video Icon ใช้แสดงภาพวิดีโอ

14.  Start Flag ใช้กำหนดจุดเริ่มต้นทดสอบโปรแกรม

15.  Stop Flag ใช้กำหนดจุดสิ้นสุดการทดสอบโปรแกรม

16.  Color ใช้กำหนดสีของไอคอนเพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน

 

เมนูในโปรแกรม Authorware

                เมนูสำคัญในโปรแกรม Authorware มี 10 เมนูหลัก คือ

1.       เมนู File เป็นคำสั่งเกี่ยวกับการสร้างไฟล์ การเปิดปิดไฟล์ การจัดเก็บ เรียกใช้ไฟล์ การนำรูปเข้ามา การ Package การกำหนดลักษณะของจอภาพ การพิมพ์ การส่งจดหมาย และออกจากโปรแกรม เป็นต้น

2.       เมนู Edit File เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแก้ไข

3.       เมนู View  เป็นกลุ่มคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องการแสดงผลของเครื่องมือ และแสดงเส้นตารางแสดงตำแหน่งบนจอภาพเพื่อช่วยในการสร้างงาน

4.       เมนู Insert เป็นเมนูใช้ในการแทรก Object จากที่อื่นๆ

5.       เมนู Modify เป็นคำสั่งเกี่ยวกับลักษณะการ Transition, File Properties เพื่อกำหนดรายละเอียดของจอ สีพื้น การกำหนด Palette และคำสั่งอื่นที่มักจะปรากฏให้เห็นในโปรแกรมทั่วไปอยู่แล้ว

6.       เมนู Text  เป็นคำสั่งที่จัดการเกี่ยวกับตัวอักษร

7.       เมนู Control เป็นเมนูควบคุมการทำงานของโปรแกรม

8.       เมนู Xtras

9.       เมนู Window

10.    เมนู Help

การใช้งาน Authorware 6 เบื้องต้น

                ในส่วนนี้จะเป็นการเริ่มต้นใช้งานขั้นพื้นฐานเพื่อให้คุ้นเคยกับตัวโปรแกรมก่อน โดยจะเริ่มจากการสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาแล้วทดลองใช้งานบางไอคอน จากนั้นก็จะเป็นการเรียนรู้ถึงการเก็บไฟล์, การปิดไฟล์, การเปิดไฟล์ขึ้นมาแก้ไข รวมไปจนถึงการออกจากโปรแกรม

การสร้างไฟล์ใหม่

                การสร้างไฟล์ใหม่สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้

5      

คลิกที่ปุ่ม New

เพื่อสร้างชิ้นงานใหม่

 

คลิกที่ปุ่ม New บนทูลบาร์เพื่อสร้างชิ้นงานใหม่

 


5       ใช้คำสั่ง File > New > File เพื่อสร้างชิ้นงานใหม่ หรือใช้คำสั่ง File >New >Library เพื่อสร้างไลบรารี สำหรับเก็บไอคอนไว้เป็นโมเดลในการเรียกใช้ครั้งต่อไป

5       ใช้คำสั่ง File > New > Project เพื่อสร้างชิ้นงานใหม่ โดย Authorware จะแสดงวินโดว์ New Project ขึ้นมาให้เลือกว่าจะสร้าง Application  หรือ Quiz

5       กดคีย์ Ctrl + N เพื่อสร้างชิ้นงานใหม่ หรือกดคีย์ Ctrl + Alt + N เพื่อสร้างไลบรารี หรือกดคีย์ Ctrl + Shift + N เพื่อเรียกวินโดว์ New Project ขึ้นมา

การกำหนดคุณสมบัติของไอคอน

Text Box: 	คลิกคำสั่ง  Properties… จากเมนูลัดText Box: Œ	คลิกขวาบนไอคอนที่ต้องการ                แต่ละไอคอนที่นำมาวางไว้บนเส้น Flow จะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวอันส่งผลต่อลักษณะของผลงานที่ปรากฏออกมา เมื่อต้องการกำหนดคุณสมบัติของไอคอนใดก็ให้คลิกขวาที่ไอคอนนั้น แล้วเลือก Properties… จากเมนูลัด จะปรากฏวินโดว์ Properties ขึ้นมาให้เราแก้ไขค่าคุณสมบัติต่างๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไปในแต่ละไอคอน

การเลือกไอคอนบนเส้น Flow

                การเลือกไอคอนบนเส้น Flow นั้น มีจุดมุ่งหมาย เพื่อกระทำการใดๆ กับไอคอนนั้นนั่นเอง เช่นเลือกเพื่อกำหนดชื่อให้กับไอคอน หรือเลือกเพื่อทำการก๊อปปี้ไอคอนเป็นต้น โดยการเลือกสามารถทำได้ 3 รูปแบบ คือ

5            เลือกเพียงไอคอนเดียว โดยคลิกที่ไอคอนนั้น 1 ครั้ง จากนั้นก็สามารถใช้คำสั่งอื่นๆ ต่อไปได้ เช่น Edit > Copy

5            เลือกเป็นกลุ่ม ให้ลากเมาส์เป็นเส้นทะแยงมุมครอบคลุมกลุ่มไอคอนที่ต้องการ หรือกดคีย์ Shift ค้างไว้ พร้อมกับไล่คลิกไอคอนต่างๆ ที่ต้องการเลือกทีละอันจนครบ จากนั้นจึงใช้คำสั่งอื่นๆ ต่อไป เช่น Edit > clear

5            เลือกทั้งหมด สามารถทำได้หลายวิธี เช่น ใช้คำสั่ง Edit > Select All บนเมนูบาร์ หรือกดคีย์ Ctrl + A หรือใช้เมาส์ลากคลุมไอคอนทั้งหมด ดังวิธีที่ 2 ก็ได้

การจัดเก็บไฟล์

                การจัดเก็บไฟล์ของ Authorware สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

5            คลิกที่ปุ่ม Save All บนทูลบาร์

5            ใช้คำสั่ง File > Save หรือกดคีย์ Ctrl + S

5            ใช้คำสั่ง File > Save As… หากต้องการจัดเก็บไฟล์ในชื่ออื่น

5            ใช้คำสั่ง File > Save and Compact… หากต้องการจัดเก็บไฟล์ที่มีการบีบอัดข้อมูล ซึ่งจะส่งผลให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง

5            ใช้คำสั่ง File > Save All หรือกดคีย์ Ctrl + Shift + S หากต้องการจัดเก็บไฟล์ทุกไฟล์ที่ถูกเปิดอยู่ในขณะนั้น (เช่นในกรณีที่มีการเปิดใช้ไฟล์ไลบรารีไว้)

ชิ้นงานของ Authorware ที่ถูกจัดเก็บลงดิสก์แล้วจะมีนามสกุลของไฟล์เป็น .a6p แต่ถ้าเป็นไฟล์ไลบรารีจะมีนามสกุลเป็น .a6l

การปิดวินโดว์งาน

                เมื่อต้องการปิดวินโดว์ที่เลิกใช้แล้ว ให้ใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้

<    คลิกปุ่ม Close  ที่มุมขวาด้านบนของวินโดว์ที่ต้องการปิด

<    ใช้คำสั่ง File > Close > Window จากเมนูบาร์ หรือกดคีย์ Ctrl + W เพื่อเลือกปิดเฉพาะวินโดว์ที่ต้องการ

<    ใช้คำสั่ง File > Close > All หรือกดคีย์ Ctrl + Shift + W เพื่อปิดทุกๆ วินโดว์

การเปิดไฟล์ขึ้นมาแก้ไข

                เราสามารถเปิดไฟล์ที่เก็บไว้ขึ้นมาแก้ไขได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้

<    คลิกที่ปุ่ม Open  บนทูลบาร์ หรือกดคีย์ Ctrl + O

<    ใช้คำสั่ง File > Open > File… เพื่อเปิดไฟล์ชิ้นงาน

<    ใช้คำสั่ง File > Open > Library... เพื่อเปิดไฟล์ไลบรารี

<    ใช้คำสั่ง File > Open แล้วคลิกเลือกชื่อไฟล์ที่เคยเปิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

การออกจากโปรแกรม

                เมื่อต้องการปิดโปรแกรม Authorware ให้ใช้วิธีต่อไปนี้

<    คลิกปุ่ม ที่มุมขวาด้านบนของวินโดว์หลัก

<  ใช้คำสั่ง File > Exit จากเมนูบาร์

 

การใช้งาน Display Icon

                Display Icon ใช้ในการแสดงข้อความ และรูปภาพ การสร้างไอคอนนี้ทำได้โดย

1.       คลิกเมาส์ปุ่มเลือกไอคอน Display ที่ไอคอน Palette

2.       กดเมาส์ค้างไว้ แล้วลากมาวางที่เส้น Flow line บน Design Windows

3.       ชื่อไอคอนสามารถพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ถ้าไม่พิมพ์ชื่อไอคอนจะปรากฏข้อความว่า Untitled การตั้งชื่อควรให้สอดคล้องกับเนื้อหา เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจและการแก้ไขในภายหลังด้วย

4.       เมื่อต้องการลบ Display Icon คลิกเมาส์ที่ไอคอนบนเส้น Flow line กดแป้น Delete

การพิมพ์ตัวอักษรและข้อความ

                ใน Display Icon นี้สามารถพิมพ์ตัวอักษร ใส่รูป วาดเส้นตรง วงกลม รูปสี่เหลี่ยมต่าง ๆ ได้โดยใช้เครื่องมือจาก Toolbox เมื่อต้องการพิมพ์ข้อความทำได้ดังนี้

1.       ดับเบิลคลิกที่  Display Icon

2.       คลิกเมาส์ที่อักษร A ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่า ปุ่ม Text ใน Toolbox

3.       

Text

 

Pointer

 

Name Icon

 
คลิกเมาส์บริเวณตำแหน่งที่ต้องการพิมพ์ พิมพ์ข้อความที่ต้องการ

 


ภาพแสดงวิธีการสร้างไอคอน Display

4.        พิมพ์เสร็จแล้วให้คลิกเมาส์ที่ Pointer ใน Toolbox จะปรากฏจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ 6 จุดรอบรูป เรียกว่า Handle

5.        เมื่อต้องการย่อขยายทุกครั้ง ต้องคลิกเมาส์ให้ปรากฏ Handle จึงจะย่อขยายข้อความ ลบหรือเคลื่อนย้ายไปวางตำแหน่งอื่นได้

6.        เมื่อต้องการพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมให้คลิกเมาส์ที่ Text ใน Toolbox  จากนั้นให้คลิกเมาส์ต่อจากข้อความเดิม ซึ่งข้อความนี้ถือเป็นออบเจ็กต์เดียวกับข้อความแรก แต่ถ้าคลิกเมาส์ที่ตำแหน่งใหม่ ข้อความที่พิมพ์ใหม่นั้นถือเป็นอีกหนึ่งออบเจ็กต์

การกำหนดลักษณะของตัวอักษร การกำหนดขนาด และการจัดรูปแบบ

                การกำหนดลักษณะของตัวอักษรนั้นมีวิธีการใช้งานเหมือนกับโปรแกรม Microsoft Word คือต้องมีการเลือกฟอนด์ขนาด และจัดรูปแบบที่ต้องการใช้ ดังนี้

1.       คลิกเมาส์เลือก Object ที่ต้องการเปลี่ยน จะปรากฏ Handle

2.       คลิกเมนู Text  แล้วเลือกคำสั่ง Font

3.       เลือกที่ Other เพื่อเลือก Font อื่นที่นอกเหนือจากในรายการที่ปรากฏ


แสดงวิธีการกำหนดตัวอักษร

4.        เมื่อต้องการกำหนดลักษณะตัวอักษร ให้เลือกที่เมนู Text > Style  ซึ่งสไตล์ต่างๆ มีาความหมายดังนี้

Plain                                      หมายถึง ตัวปกติ

Bold                                       หมายถึง ตัวหนา

Italic                                       หมายถึง ตัวเอียง

Underline                             หมายถึง ตัวขีดเส้นใต้

Superscript                          หมายถึง ตัวยกกำลัง (เช่น เลขยกกำลัง 102)

Subscript                              หมายถึง ตัวห้อย (เช่น H2O)

5.        เมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดของตัวอักษรให้เลือกที่เมนู Text Size คลิกเมาส์เลือกขนาดของตัวอักษรที่ต้องการ

6.        เมื่อต้องการจัดข้อความให้อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลาง ชิดซ้าย ชิดขวา ฯลฯ ให้เลือกเมนู Text Alignment คลิกเมาส์เลือกลักษณะการจัด มี 4 ลักษณะคือ จัดชิดซ้าย (Left) จัดกึ่งกลาง (Center) จัดชิดขวา(Right) จัดให้หลังเท่ากัน (Justify)

การกำหนดให้เป็นข้อความแบบมีตัวเลื่อน

                ข้อความแบบมีตัวเลื่อน (Scrolling) ช่วยให้เราสามารถนำข้อความจำนวนมากมาแสดงผลได้ภายในพื้นที่อันจำกัด โดยจะปรากฏสโครลบาร์ ขึ้นมาทางริมขวาของข้อความนั้น ผู้ใช้จะต้องคลิกที่ปุ่มลูกศรบน
สโครลบาร์เพื่อเลื่อนดูข้อความต่างๆ ให้ครบ วิธีการกำหนดข้อความแบบมีตัวเลื่อนที่ง่ายที่สุดคือให้พิมพ์ข้อความที่ต้องการก่อน หลังจากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1.       เลือกข้อความที่ต้องการ

2.       คลิกคำสั่ง Text > Scrolling จากเมนูบาร์

3.        ปรับขนาดให้ได้ตามต้องการ

การกำหนดสีให้กับข้อความ

                ขั้นตอนในการกำหนดสีมีดังต่อไปนี้

1.       เลือกข้อความที่ต้องการกำหนดสี

2.       คลิกคำสั่ง Window > Inspectors > Colors หรือกดคีย์ลัด Ctrl + K จะปรากฏตารางสี ดังรูป

3.        คลิกที่ แล้วคลิกเลือกสีจากตารางสี

การกำหนดสีพื้นให้กับข้อความ

1.       เลือกข้อความที่ต้องการ

2.       คลิกคำสั่ง Window > Inspectors > Colors หรือกดคีย์ลัด Ctrl + K

3.        คลิกที่  (สีขาวที่เป็นสีพื้นหลัง)

4.        เลือกสีที่ต้องการจากตารางสี

การวาดเส้นตรง

1.       คลิกเครื่องมือ  Straight Line จากกล่องเครื่องมือ

2.       คลิกเมาส์ค้างไว้ที่จุดเริ่มต้นที่ต้องการจะวาดเส้น

3.        ลากไปยังจุดปลายทางที่ต้องการ เมื่อปล่อยเมาส์ก็จะได้เส้นตรงตามที่ต้องการ โดยจะเป็นเส้นตรงในแนวราม แนวดิ่ง หรือเส้นตรงแนวเฉียงทำมุม 45 องศากับแนวราบและแนวดิ่ง

การกำหนดสีให้กับเส้น

1.       เลือกเส้นที่ต้องการเปลี่ยนสี

2.       คลิกคำสั่ง Window > Inspectors > Colors หรือกดคีย์ลัด Ctrl + K

3.        คลิกที่ แล้วคลิกเลือกสีที่ต้องการจากตารางสีที่ปรากฏ

การกำหนดขนาดของเส้น

1.       เลือกเส้นที่ต้องการกำหนดขนาด

2.       คลิกคำสั่ง Window > Inspectors > Lines หรือกดคีย์ Ctrl + L จะปรากฏวินโดว์ดังรูป

3.       เลือกเส้นที่มีขนาดตามที่ต้องการหรือมีรูปแบบอื่นๆ เช่น เส้นที่มีหัวลูกศรอยู่ที่ปลายด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้าน เป็นต้น

การใช้เครื่องมือวาดใน Toolbox

                ใน Toolbox มีเครื่องมือช่วยในการวาดเมื่อเลื่อนเมาส์เข้าไปยังเครื่องมือวาดรูปจะปรากฏ Tool Tip บอกชื่อเครื่องมือ เช่น เส้นตรง (Straight Line) เส้นเฉียง (Diagonal Line) วงกลม/วงรี (Ellipse) รูปสี่เหลี่ยม (Rectangle) รูปสี่เหลี่ยมมุมมน (Rounded Rectangle) และรูปหลายเหลี่ยม (Polygon)

การวาดเส้นตรงอิสระ

1.       คลิกเครื่องมือ Diagonal Line จากกล่องเครื่องมือ

2.       คลิกเมาส์ค้างไว้ที่จุดเริ่มต้นที่ต้องการจะวาดเส้น

3.        ลากไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ เมื่อปล่อยเมาส์ก็จะได้เส้นตรงที่มีอิสระมากกว่าการวาดด้วยเครื่องมือ Straight Line

การวาดวงรี / วงกลม

1.       คลิกเครื่องมือ Ellipse จากกล่องเครื่องมือ

2.       คลิกเมาส์ค้างไว้ตรงตำแหน่งที่ต้องการวาด แล้วลากเมาส์ออกไปในแนวเฉียง (หากต้องการวาดวงกลมให้กด Shift ค้างไว้ด้วยขณะที่ลากเมาส์)

3.        เมื่อได้วงรี / วงกลมขนาดที่ต้องการแล้วให้ปล่อยเมาส์

การวาดสี่เหลี่ยมมุมฉาก

1.       คลิกเครื่องมือ Rectangle จากกล่องเครื่องมือ

2.       คลิกเมาส์ค้างไว้ตรงตำแหน่งที่ต้องการวาด แล้วลากเมาส์ออกไปในแนวเฉียง (หากต้องการวาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้กด Shift ค้างไว้ด้วยขณะที่ลากเมาส์)

3.        เมื่อได้สี่เหลี่ยมขนาดที่ต้องการแล้วให้ปล่อยเมาส์

 

การกำหนดลวดลาย หรือ Fill (Ctrl + D)

                เรียกใช้คำสั่งโดยการกด Ctrl + D หรือใช้คลิกที่เมนู Window à Inspectors à Fill การกำหนดลวดลายหรือที่เรียกว่า Pattern นั้น ทำได้ดังนี้

1.       คลิกเมาส์เลือก รูปสี่เหลี่ยม จะปรากฏ Handle

2.       คลิกเมาส์ที่เมนู Window à Inspectors à Fill หรือ กด Ctrl + D

3.       ปรากฏ Box ลวดลายให้เลือก 36  ลักษณะ Pattern None หมายถึงไม่เติมลวดลายให้โปร่งใส คลิกเมาส์เลือกลวดลายที่ต้องการ ลวดลายแสดงให้เห็นทันทีแต่จะปิดทับตัวข้อความ

4.       กดปุ่ม Close ปิด Box Fill

การกำหนด Mode (Ctrl + M)

                การกำหนด Mode หมายถึง การกำหนดสภาวะทางแสงของภาพ ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดสี และวัตถุ (Object) ที่วางซ้อนทับกัน คลิกเมาส์ Object ที่ต้องการกำหนด Mode เรียกใช้คำสั่งโดยการกด Ctrl + M หรือใช้เลือกที่เมนู Window à Inspector à Mode เลือกสภาวะทางแสงมี หลายแบบ คือ

1.        

Opaque

 
Opaque : มีลักษณะเหมือนกับตัวอักษรหรือรูปที่อยู่บนกระดาษทึบสีขาวโดยจะปิดทับรูปสี่เหลี่ยมที่อยู่ด้านล่าง

2.        

Matted

 
Matted :  มีลักษณะคล้ายกับแบบแรก ต่างกันตรงที่เมื่อภาพเป็นบิตแมป ที่มีพื้นขาวสี่เหลี่ยมบริเวณรอบๆ ออบเจ็กต์จะถูกลบออกไป แต่พื้นสีที่อยู่ภายในออบเจ็กต์นั้นยังอยู่เหมือนเดิม

3.        

Transparent

 
 Transparent : ลักษณะที่ทำให้พื้นของตัวอักษรเหมือนแผ่นใส ถ้าเลือกกำหนดแบบนี้เมื่อกำหนดสีแบ็กกราวด์ ข้อความจะไม่มีผล มันจะกลายเป็นสีโปร่งแสง

4.        

Inverse

 

Erase

 
Inverse :  ในกรณีที่พื้นของตัวอักษรเป็นสีขาวจะแสดงภาพปกติแต่ถ้าสีที่อยู่ใต้ออบเจ็กต์เป็นสีอื่น จะแสดงสีในบริเวณที่ไม่ใช่สีขาวกลายเป็นสีตรงข้าม ส่วนบริเวณที่เป็นสีขาวจะมีลักษณะโปร่งใส

5.         Erase :  ลักษณะในกรณีที่เมื่อกำหนดพื้นออบเจ็กต์ของตัวอักษรเป็นสีอะไรแล้วไป กำหนด Mode เป็น Erase มันจะเอาสีตามพื้นด้านหลังนั้นแสดงออกมา

6.         Alpha :  เป็นการกำหนดค่าความโปร่งแสงของภาพซึ่งสามารถกำหนดจากโปร่งใสไปจนถึงทึบแสง (Transparent) ในการกำหนดค่าดังกล่าวกำหนดได้ทุกส่วนของภาพ ในการใช้ Alpha Mode นั้นภาพจะต้องมีคุณสมบัติเป็นอัลฟาแชนเนลเท่านั้น ซึ่งภาพประเภทนี้ทำได้ในโปรแกรมกราฟิก เช่น โปรแกรม PhotoShop

 

การกำหนด Align Object

                การกำหนด Align Object หมายถึง การจัดวางตำแหน่งของภาพที่วาด หรือภาพที่อิมพอร์ตเข้ามา สามารถปรับตำแหน่งได้พร้อม กันหลายๆ รูป ตามที่เราเลือก เรียกใช้คำสั่งโดยการกด Ctrl + Alt + K หรือใช้คลิกที่เมนู Modify à Align ทำได้ดังนี้

1.       วาดรูปวงกลม 5 วง ใน Display Icon เรียงกัน

2.       เลือกเมนู Edit à Select All หรือ กด Ctrl + A เพื่อเลือกวงกลมทั้งหมด จะปรากฏจุดเล็กๆ ที่รูปเต็มไปหมดแสดงว่าวงกลมทั้งหมดถูกเลือก

3.       เลือกเมนู Modify à Align จะปรากฏ Box แสดงการปรับตำแหน่ง 8 แบบ

4.      

คลิกเลือกแบบที่ 1 จะได้การจัดวางตำแหน่งรูป A ถ้าคลิกเลือกแบบที่ 2 จะได้การจัดวางตำแหน่งรูป B

การรวมวัตถุให้เป็นชิ้นเดียวกัน

                วัตถุที่มีอยู่จำนวนมากนั้น หากเราปล่อยให้เป็นอิสระต่อกันในบางครั้งจะยุ่งยากต่อการเคลื่อนย้ายตำแหน่งหรือการจัดการต่างๆ เราสามารถรวบรวมวัตถุตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไปให้กลายเป็นวัตถุชิ้นเดียวได้ โดย

1.       เลือกวัตถุทั้งหมดที่ต้องการรวมเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน

2.       ใช้คำสั่ง Modify > Group หรือกดคีย์ลัด        Ctrl + G

การแยกวัตถุออกจากกัน

                หลังจากรวมวัตถุเข้าเป็นชิ้นเดียวกันแล้ว หากในภายหลังเราต้องการแยกวัตถุเหล่านั้นให้กลับมาเป็นอิสระต่อกันเหมือนเดิม ให้ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

1.       คลิกเลือกกลุ่มวัตถุที่ต้องการแยก

2.       ใช้คำสั่ง Modify > Ungroup หรือกดคีย์ลัด Ctrl + Shift + G

คำสั่ง Copy และ คำสั่ง Paste

                ในการทำงานบางครั้งเมื่อต้องทำสิ่งที่ซ้ำๆ กัน เช่น ข้อความ รูปภาพ รูปวาด  ทั้งในและนอกโปรแกรม ให้ใช้วิธีการ Copy หรือกด Ctrl + C และ Paste หรือกด Ctrl + V มีขั้นตอนดังนี้

1.       คลิกเลือกวัตถุ (Object) ที่ต้องการก๊อบปี้จะปรากฏ Handle ถ้าต้องการก๊อบปี้มากกว่าออบเจ็กต์ให้กดแป้น Shift คลิกเมาส์ที่ Object ที่เพิ่ม

2.       คลิกเมนู Edit > Copy หรือกด Ctrl + C หรือคลิกที่

3.       คลิกเมนู Edit > Paste หรือกด Ctrl + V หรือคลิกที่ไอคอน

การปิดวินโดว์แสดงผลงาน

                เราสามารถปิดวินโดว์แสดงผลงานได้โดยใช้วิธีต่อไปนี้

<    คลิกปุ่ม ของวินโดว์แสดงผลงาน หรือคลิกที่ปุ่มเดียวกันนี้ของกล่องเครื่องมือ

<    ใช้คำสั่ง File > Close > Window หรือ กดคีย์ลัด Ctrl + W (แต่ถ้าใช้คำสั่ง File > Close All จะหมายถึงการปิดวินโดว์ทั้งหมดรวมถึงตัวโปรแกรมชิ้นงานที่กำลังทำงานด้วย

การกำหนด Number Format

                Number Format เป็นการกำหนดรูปแบบของตัวเลข เช่น จำนวนจุดทศนิยม เครื่องหมายหลักบอกตำแหน่งของตัวเลขให้กับค่าของตัวแปร ดังนี้

1.       Display Icon มาวางบน Flow line

2.       คลิกเข้าไปใน Display Icon พิมพ์ชื่อตัวแปรดังนี้ {numtest} แล้วคลิกที่ Pointer Mouse จะปรากฎตัวเลขกำหนดค่าเริ่มต้นของตัวแปร (Initial Value) เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

3.       คลิกเมาส์ที่เมนู Text à Number Format จะปรากฏหน้าต่างให้กำหนดรูปแบบตัวเลข

-          Show Numbers After Decimal แสดงทศนิยมหรือไม่ ถ้าแสดงให้คลิกเลือก ปรากฏเครื่องหมายถูก ถัดมาจะกำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้แสดง และให้แสดงทศนิยมกี่ตำแหน่ง

-          Before Decimal กำหนดรูปแบบตัวเลขหน้าจุดทศนิยมว่าต้องการกำหนดเป็นแบบใด

-           คลิกปุ่ม OK สังเกตดูการแสดงผลตัวเลข